กรุงเทพฯ ปั้นโมเดล “เมืองอนุบาลระดับโลก” ชูพลังสมอง EF สร้างเด็ก พัฒนาคน สู่เมืองที่ยั่งยืน
กรุงเทพฯ – 2 กันยายน 2569 – กรุงเทพมหานครเดินหน้ายุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองรูปแบบใหม่ พลิกโฉมจากงานโครงสร้างพื้นฐานสู่การ “สร้างคน” ผ่านโครงการ “ดาว-อีเอฟ พัฒนาเด็ก กทม.” มุ่งหวังปั้นกรุงเทพฯ ให้เป็น “เมืองอนุบาลระดับโลก” ด้วยการเสริมสร้างทักษะสมอง EF (Executive Functions) ให้กับเด็กปฐมวัย เพื่อเตรียมพร้อมพลเมืองคุณภาพที่จะเติบโตไปดูแลและพัฒนาเมืองหลวงในอนาคต






การขับเคลื่อนครั้งสำคัญนี้เปิดเผยผ่านงานเสวนา “สร้างเด็ก สร้างเมือง: พลังสมองส่วนหน้า ขับเคลื่อนกรุงเทพฯ เพื่ออนาคต” โดยมีคุณศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคุณภรณี กองอมรภิญโญ จากกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์
5 กลยุทธ์เปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็น “เมืองสร้างคน”
กรุงเทพมหานครและภาคีเครือข่ายได้วางแนวทางดำเนินงานเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ดังนี้:
ยกระดับสู่อนุบาลระดับโลก: กทม. เร่งขยายผลนโยบายรับเด็กเข้าเรียนตั้งแต่อายุ 3 ขวบ และยกระดับศูนย์เด็กเล็กในชุมชน เพื่อให้เด็กได้รับพัฒนาการในช่วง “นาทีทองของสมอง” (Golden Period) อย่างเท่าเทียม ช่วยสร้างต้นทุนชีวิตที่แข็งแกร่ง
ลดขนาดห้องเรียนมาตรฐานสากล: ปัจจุบันโรงเรียนในสังกัด กทม. กว่า 200 แห่ง เริ่มใช้แผนการสอนที่เน้นทักษะ EF โดยลดขนาดห้องเรียนเหลือเพียง 20 คนต่อห้อง มีครูและพี่เลี้ยงดูแลอย่างทั่วถึง เพื่อคุณภาพการเรียนรู้ที่ใกล้ชิด
EF คือรากฐานพลเมืองคุณภาพ: เป้าหมายของการพัฒนาทักษะสมอง EF คือการสร้างเด็กให้ “คิดเป็น” มีวินัย และมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาเมืองที่ยั่งยืนจากต้นเหตุ
สร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ (Ecosystem): Dow นำประสบการณ์จาก “ระยองโมเดล” มาประยุกต์ใช้ในกรุงเทพฯ เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่าง “บ้าน โรงเรียน และชุมชน” เพื่อผลักดันการพัฒนาเด็กในสเกลที่ใหญ่และมีประสิทธิภาพ
พลังจากคนทำงาน (Quick Win): ความสำเร็จเกิดขึ้นได้จากการสร้าง “แชมเปี้ยน” ทั้งคุณครู ศึกษานิเทศก์ และบุคลากร กทม. ที่ร่วมกันพัฒนาการเรียนการสอนจนเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
สู่เป้าหมาย “เมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน”
แนวคิดนี้ไม่ใช่เพียงการพัฒนาการศึกษา แต่คือการสร้าง “พลเมืองที่เก่ง ดี และมีความสุข” เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่ยั่งยืน การลงทุนในเด็กปฐมวัยวันนี้ จึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการสร้างอนาคตของกรุงเทพมหานคร
คุณคิดอย่างไรกับนโยบายการลดขนาดห้องเรียนและมุ่งเน้นพัฒนาทักษะสมอง EF ให้กับเด็กในกรุงเทพฯ คุณเห็นว่าสิ่งนี้จะช่วยแก้ปัญหาเมืองในระยะยาวได้อย่างไรบ้าง


